
เพศ
ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะพัฒนาโรคเกาต์มากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุที่น้อยกว่า เนื่องจากปัจจัยทางชีวภาพและไลฟ์สไตล์ร่วมกัน ปัจจัยทางชีวภาพหลักคือเอสโตรเจนที่ช่วยขับกรดยูริกผ่านไตในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน หลังจากหมดประจำเดือน ความเสี่ยงของโรคเกาต์ในผู้หญิงเพิ่มขึ้นเมื่อระดับเอสโตรเจนลดลง ผู้ชายมักมีการผลิตกรดยูริกที่สูงกว่าเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ที่พบได้บ่อยในผู้ชาย เช่น การดื่มแอลกอฮอล์และการบริโภคเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก อาจมีส่วนทำให้เกิดความแตกต่างด้านเพศนี้ การทบทวนอย่างครอบคลุมที่ตีพิมพ์ใน Nature Reviews Rheumatology พบว่าอุบัติการณ์ของโรคเกาต์ในผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง 2-6 เท่าในประชากรต่างๆ [1] การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งใน Annals of the Rheumatic Diseases แสดงให้เห็นว่าในขณะที่อุบัติการณ์ของโรคเกาต์ในผู้ชายสูงสุดระหว่างอายุ 30-50 ปี แต่ในผู้หญิงจะสูงสุดหลังอายุ 80 ปี [2], References: [1] Richette, P., & Bardin, T. (2010). Gout. Nature Reviews Rheumatology, 6(1), 30-39. [2] Kuo, C. F., Grainge, M. J., Zhang, W., & Doherty, M. (2015). Global epidemiology of gout: Prevalence, incidence and risk factors. Nature Reviews Rheumatology, 11(11), 649-662.
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำทางการแพทย์เสมอ